เมืองฟ้าแดดสงยาง อีกหนึ่งความงดงามที่น่าหลงใหล

เมืองฟ้าแดดสงยาง อีกหนึ่งความงดงามที่น่าหลงใหล

การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเทรนด์ที่กำลังมาเลยสำหรับแคมเปญของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากประเทศไทยเรา เมืองหลักคนไปเที่ยวกันเยอะแล้ว การกระจายเม็ดเงินไปยังเมืองรองที่เคยเป็นแค่เมืองทางผ่านไปบ้างก็น่าจะดี อย่างเช่นเมืองรองที่เราจะหยิบมาแนะนำวันนี้ ชื่อว่าเมืองฟ้าแดดสงยาง

เมืองนี้คืออะไร

ฟ้าแดดสงยาง

เมืองฟ้าแดดสงยาง อีกหนึ่งความงดงามที่น่าหลงใหล

เมืองฟ้าแดดสงยางนั้นเชื่อว่าหลายคนไม่รู้จักว่าคือที่ไหน คำตอบก็คือ เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองนี้หากนับการท่องเที่ยวจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากกว่า เพราะตามหลักฐานบอกว่าเมืองนี้มีเรื่องราวเก่าแก่มากมายทีเดียว

สภาพเมืองที่ไม่เหมือนใคร

ว่ากันเรื่องผังเมือง ที่นี่ก็บอกเลยว่าแปลกกว่าที่เคยเห็นมาเพราะถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นว่าแผนผังของเมืองนี้จะเป็นรูปคล้ายใบเสมา (แปลกไหม) ไม่เพียงเท่านั้นมองนี้จะมีคันดินล้อมรอบเมืองอยู่ 2 ชั้นด้วยกัน คันดินจะมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วมีคูน้ำอยู่ตรงกลางของคันดิน ที่เป็นแบบนี้เชื่อกันว่าเป็นตามแนวของผังเมืองสมัยโบราณที่ทำขึ้นมา ประวัติศาสตร์ที่ค้นได้บอกว่า พื้นที่นี้เคยเป็นเมืองมาก่อนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลย พัฒนาต่อมาจนรุ่งเรื่องสูงสุดในยุคสมัยทวาราวดี (ตามช่วงเวลาพุทธศตวรรษที่ 13-15 โดยประมาณ)

ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์

การท่องเที่ยวเมืองฟ้าแดดสงยาง ที่จงหวัดกาฬสินธุ์แห่งนี้เราจะได้ชมวัตถุโบราณหายากที่เชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ตกทอดมาหลายร้อยปี ส่วนใหญ่จะเป็นโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นใบเสมาหินทราย ภาพพุทธชาดก ภาพพุทธประวัติ เราสามารถไปชมวัตถุโบราณนั้นได้ในสถานที่จริงของวัตถุนั้นเลย แต่บางชิ้นได้ถูกย้ายไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่นเพื่อความปลอดภัยและการเก็บรักษา

พระธาตุยาคู

แลนด์มาร์คที่สำคัญสุดของดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่า พระธาตุยาคู เจดีย์ใหญ่ของเมืองที่มีลักษณะเป็นทรงแปดเหลี่ยม สร้างด้วยอิฐ ตามความเชื่อของชาวบ้านบอกว่า ภายในองค์พระธาตุยาคูนั้นจะบรรจุพระอัฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก มีเรื่องเล่าว่าครั้งเมื่อเมืองนี้ถูกศัตรูบุกทำลาย ได้ทำลายสิ่งของต่างๆไปมากมาย แต่กลับไม่ทำลายพระธาตุยาคู เพราะเชื่อว่าพระธาตุแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้พระธาตุแห่งนี้ยังคงตั้งอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แนะนำว่าหากต้องการจะไปสักการะพระธาตุควรไปช่วงเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลานั้นเค้าจะมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุยคูเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง รวมถึงขอฝนจากท่านไปในคราวเดียวกัน